โรคภูมิแพ้เกิดจากระบบภูมิค้มกันของร่างกายทำปฏิกิริยากับสารก่อภูมิแพ้ไวผิดปกติ อาการมักเกิดกับอวัยวะที่ไวต่อสารกระตุ้น ซึ่งได้แก่
โพรงจมูก เรียกว่า โรคโพรงจมูกอักเสบจากภูมิแพ้
ดวงตา เรียกว่า โรคตาอักเสบจากภูมิแพ้
ผิวหนัง เรียกว่า โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง
โรคภูมิแพ้อย่างหนึ่งอาจถ่ายทอดจากพันธุกรรมหากร่วมกับการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ปริมาณมากและเป็นเวลานานก็จะแสดงอาการแต่กระนั้นอาการจะลดลงเมื่อลดการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ หรือเมื่อภูมิคุ้มกันสูงขึ้น
อีกวิธีที่นิยมในการดูแลอาการภูมิแพ้ก็คือ “การฝังเข็ม” ซึ่งมีผลการศึกษาทดลองรักษามากมาย ในต่างประเทศตลอดจนในประเทศไทย องค์กรอนามัยโลก หรือ WHO ก็ได้ประกาศรับรองผลด้วยการฝังเข็มมาแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522
การฝังเข็มจะช่วยลดความไวของปฏิกิริยาร่างกายต่อสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งหากปฏิกิริยาของร่างกายมีความไวน้อยลงก็จะทำให้อาการภูมิแพ้ลดลงหรือหายไปและทำให้ผู้ป่วยทนต่อสารก่อภูมิแพ้ได้มากขึ้นเนื่องจากไปลดปริมาณไอจีอีแอนติบอดี (IgE Antibody)
แพทย์จีนจะใช้เข็มเล็กๆปักจุดบริเวณรอบจมูกและแขนขา แล้วทำการกระตุ้นประมาณ 20 นาที โดยทั่วไปจะทำการฝังเข็มสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ติดต่อกันประมาณ 10 ครั้ง ส่วนใหญ่แล้วเมื่อฝังเข็ม โดยที่ผู้ป่วยจะจาม คัดจมูกน้อยลง บางคนสามารถลดปริมาณยาที่รับประทานลงไปได้
ฉะนั้นหากใช้การฝังเข็มร่วมกับแพทย์แผนปัจจุบันก็จะช่วยลดผลข้างเคียงและทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ครับ